ปัจจุบัน คณะวิศวกรรมศาสตร
ต้องแบกรับค่ากระแสไฟฟ้า
ประมาณปีละ 8 ล้านบาท (คณะฯจ่าย 25%จากเงินรายได้)
และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทุกปี
เนื่องจากมีอุปกรณ์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
และอีกส่วนหนึ่ง คือ การสูญเสีย
หรือการรั่วไหลของการใช้พลังงานโดยสูญเปล่า
อันเนื่องมาจากพฤติกรรมการใช้พลังงานแบบเดิมๆ
ตามมติคณะรัฐมนตรี
กำหนดให้องกรณ์ของรัฐ
และรัฐวิสาหกิจ
ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันลง
5%
ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากบุคลากรทุกท่านช่วยกันปฏิบัติเพื่อลดการใช้พลังงานลงให้ได้ตามเป้าหมาย
(5%) ตามคำแนะนำ ดังต่อไปนี้
เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด
เครื่องปรับอากาศ
- ที่สำคัญที่สุดในการประหยัดพลังงานในระบบปรับอากาศ
คือ เครื่องต้องอยู่ใน
สภาพพร้อมใช้งาน
อย่างเต็มประสิทธิภาพ เช่น
ปริมาณแรงดันของสารทำความเย็นต้องได้ตามมาตรฐานกำหนดหนด
ฟิลเตอร์,คอล์ยร้อน,คอล์ยเย็น
ต้องไม่ตัน อากาศไหลเวียนสะดวก
อุปกรณ์ประกอบทุกส่วนต้องทำงานตามปกติ
สิ่งต่างๆเหล่านี้
จะทำให้การทำความเย็นมีประสิทธิภาพสูงสุด
- เมื่ออากาศรอบบริเวณ
หรืออุณหภูมิห้อง ไม่ร้อน
ก็ไม่ควรเปิดเครื่องปรับอากาศ
หรือปรับ
ตัวควบคุมอุณหภูมิให้สูงขึ้น
- ปรับตัวควบคุมอุณหภูมิ 24- 25 องศา
ก็เพียงพอ
จะทำให้คอมเพรสเซอร์ตัดต่ออย่างเหมาะสม
หากตั้งอุณหภูมิต่ำเกินไป เช่น 15 -
20 องศา หรือต่ำกว่า
คอมเพรสเซอร์จะไม่ตัดและทำงานตลอด
เนื่องจากขีดจำกัดความสามารถของเครื่องปรับอากาศสามารถทำความเย็นต่ำสุดประมาณ
22 องศาเท่านั้น(ขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนของ
BTU/HR / พื้นที่ห้อง )
- หากไม่อยู่ห้องเป็นเวลานาน
ตั้งแต่ 1ชั่วโมงเป็นต้นไป
ให้ปิดเครื่องปรับอากาศทุกครั้ง
- หมั่นตรวจเช็คระบบไฟฟ้า
ความดันน้ำยา
ของเครื่องปรับอากาศอยู่เสมอ
เพราะถ้าหากระบบผิดปกติไป
จะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
เป็นผลให้สิ้นเปลืองพลังงานตามมา
- ควรเลือกขนาดของเครื่องปรับอากาศที่เหมาะสมกับขนาดของห้อง
สูตรสำเร็จการคำนวณขนาดเครื่องปรับอากาศ
(ความสูงห้องปกติ)
เป็นการคิดโดยประมาณ
- ขนาดเครื่องปรับอากาศ =
พื้นที่ห้อง ตรม. x 700-800 = BTU/HR
สำหรับผนังห้องที่เป็นคอนกรีต
- ขนาดเครื่องปรับอากาศ =
พื้นที่ห้อง ตรม. x 850-1100 = BTU/HR
สำหรับผนังห้องที่เป็นกระจก
- หมั่นทำความสะอาด Filter อย่างน้อย 1
ครั้ง/เดือน
จะช่วยเครื่องปรับอากาศทำความเย็น
ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
และควรล้างทำความสะอาดทั้งระบบอย่างน้อยปีละ
2 ครั้ง
- การปลูกต้นไม้เพื่อบังเงาให้กับอาคาร
ก็ช่วยให้เครื่องปรับอากาศทำงานเบาลง
ค่าไฟฟ้าก็น้อยลงตามด้วย
- ควรปิดเครื่องปรับอากาศ
ก่อนเวลาเลิกงาน อย่างน้อย 30 นาที
เพราะความเย็นยังมีผลอยู่
- ใช้ Temperature Control ที่มีคุณภาพ
จะได้ตัดต่อคอมเพรสเซอร์
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ห้าม เดินสายโดยไม่ใช้ Temperature Control
เพราะจะทำให้เครื่องปรับอากาศทำงาน
100 %
ตลอดระยะเวลาเดินเครื่อง
โดยไม่มีการตัดต่อวงจรของคอมเพรสเซอร์
- การเปิดพัดลมดูดอากาศ
ไม่ควรเปิดตลอดเวลา
ควรเปิดตอนที่เครื่องปรับอากาศไม่ได้ทำงาน
หรือเปิดเฉพาะห้องที่มีกลิ่นอับ
หรือมีคนอยู่จำนวนมาก เช่น
ห้องเรียน
แต่สำนักงานไม่ควรเปิดตลอดเวลา
เนื่องจากต้องสูญเสียความเย็นถึง
700-1,000 BTU/HR
- เมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศ
ต้องปิดประตู - หน้าต่าง
หรือช่องระบายกาศต่างๆ
เพื่อกันความร้อนจากภายนอกเข้าไป
- ไม่ควรสวมใส่เสื้อหนาๆ
เพราะทำให้การระบายความร้อนจากร่างกายไม่ดี
ทำให้รู้สึกร้อน
และปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้เย็นลง
เป็นผลให้ใช้พลังงานมากขึ้น
คอมพิวเตอร์
- ชัตดาวน์เครื่องทันทีที่เลิกใช้งาน
เพราะหากเปิดทิ้งไว้
คอมพิวเตอร์จะกินกระแสไฟฟ้าประมาณ
1-2 แอมป์ / เครื่อง
หรือประมาณ 400-500 วัตต์/เครื่อง (
ค่าไฟฟ้าประมาณ 2 บาท/เครื่อง/ชั่วโมง
)
ช่วยกันประหยัดดีกว่านะครับ
เพราะต่อไป เรา(คณะฯ)
ต้องรับผิดชอบค่ากระแสไฟฟ้าเองแล้วนะครับ
- ควรตั้งให้เครื่อง ชัตดาวน์
อัตโนมัติ กรณี ลืมปิดเครื่อง
แล้วเครื่องจะทำการ
ปิดตัวเองตามเวลาที่ตั้งไว้
หรือหากไม่ใช้งาน
แต่ไม่ต้องการชัตดาวน์
ก็ควรปิดเฉพาะหน้าจอคอมฯ
เพราะจอจะกินกระแสไฟฟ้าถึงประมาณ
70% ของทั้งหมด
และเมื่อเปิดหน้าจอก็สามารถทำงานต่อได้ทันที
โดยไม่ต้องสตาร์ทเครื่องใหม่
- ไม่ควรเลือกซื้อจอที่มีขนาดใหญ่เกินความจำเป็น
เพราะจอยิ่งใหญ่ยิ่งกินกระแสไฟฟ้ามากขึ้น
เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น
- ทีวี หากไม่ใช้
ก็ให้ปิดสวิทช์ที่ตัวเครื่องด้วย
(เพระหากปิดที่รีโมทย์คอนโทรล
เป็นเพียงการ stanby เครื่องเท่านั้น
ซึ่ง
ทีวีก็ยังกินกระแสไฟฟ้าอยู่ประมาณ
5-20 วัตต์ )
- แสงสว่าง หากอยู่ในที่
ที่มีแสงสว่างเพียงพอ
ไฟแสงสว่างก็ไม่ต้องเปิด
หรือเปิดเพียงบางส่วนเท่านั้น
ให้เปิดม่าน
หรือหน้าต่างเพื่อรับแสงจากธรรมชาติให้มากที่สุด(ดูความเหมาะสมและให้สอดคล้องกับ
การใช้เครื่องปรับอากาศ ด้วย)ู
- การเลือกใช้
อุปกรณ์ไฟฟ้า
ต้องเหมาะสมกับรูปแบบ
และขนาดของงาน
- เครื่องทำน้ำเย็น
กาต้มน้ำร้อน
ไม่ควรเสียบปลั๊กทิ้งไว้
โดยเฉพาะเวลากลางคืน
เพราะอุปกรณ์เหล่านี้
ใช้เวลาเพียงประมาณ 15 -20
นาทีก็สามารถทำงานได้
แต่หากเสียบไว้ทั้งคืนก็จะเสียพลังงานโดยสูญเปล่า
โดย : ยุทธนา
เสน่ห์ภักดี หน่วยอาคารฯ
คณะวิศวะฯ โทร.7021
หากมีข้อมูลเพิ่มเติม
หรือข้อมูลไม่ถูกต้อง
ขอความกรุณาแจ้งผู้เขียนด้วยครับ
กลับหน้าหลัก